ลำเจียก


NA
ลำเจียก
เตยทะเล (กลาง) 
Pandanus odoratissimus L.f.
Pandanus
odoratissimus
L.f.
PANDANACEAE
ไม้ต้นขนาดเล็ก สูง 4-8 เมตร ไม่ผลัดใบ เรือนยอดเป็นพุ่มกลมโปร่ง ลำต้นตั้งตรงหรือเอนชูยอดขึ้นและแตกออกเป็นสองหรือสามกิ่ง กิ่งมักมีหนามเปลือกสีขาวอมน้ำตาลอ่อนๆ ลำต้นมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 8-20 ซม. มีรากค้ำยันที่โคนต้น
ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับรอบต้นเป็น 3 แถว และเป็นกระจุกที่ปลายยอด ใบรูปขอบขนาน กว้าง 4-8 ซม. ยาว 100-250 ซม. ปลายใบเรียวแหลมโค้งรูปแส้ห้อยย้อยลง โคนใบขยายเป็นกาบหุ้มรอบลำต้น ใบเกลี้ยง ขอบใบและเส้นกลางใบด้านล่างมีหนามแหลมแข็ง
สีขาวหรือเขียวอ่อน เป็นดอกแยกเพศอยู่ต่างต้น ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อแบบช่อเชิงลดตามซอกใบ ช่อยาว 30-60 ซม. ก้านช่อดอกยาว 10-30 ซม. มีใบประดับสีเขียวรองรับ 2-3 ใบ มีกลิ่นหอม
เป็นผลรวม รูปกลมหรือรูปทรงกระบอกผลย่อยเป็นรูปลิ่มสี่เหลี่ยม สีเหลืองหรือสีแดงขนาดผลกว้าง 10-15 ซม. ยาว 15-20 ซม. 
เมล็ด รูปกระสวย ไม่มีกลีบดอกมีใบประดับรูปเรียวยาวห่อหุ้ม 2-3 ใบ ดอกเพศเมียออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกรูปทรงกลมถึงทรงรีที่ปลายกิ่ง
ตุลาคม
พฤศจิกายน
ไม่
พฤศจิกายน
ธันวาคม
ไม่
2

นิเวศวิทยา พบทั่วไปตามแนวชายหาด บริเวณใกล้ทะเล

ถิ่นกำเนิด

การกระจายพันธุ์

                                                การใช้งานด้านภูมิทัศน์ ทรงพุ่มสวยงาม ปลูกริมทะเลหรือในสวนทั่วไปได้แต่ควรห่างจากทางเดินพอสมควร

เป็นพืชที่อยู่บนเนินทรายชายทะเลหรือตามพื้นทรายน้ำกร่อยริมทะเล ทนทานต่อลมทะเลได้ดี ขยายพันธุ์โดยการงอกเป็นต้นกล้าจากผลของเตยทะเล (ต้นเพศเมีย) สำหรับผู้ที่ปลูกไว้เป็นแนวรั้วรอบบ้านหรือรอบสวนเพื่อป้องกันลมทะเล ถ้าต้องการต้นเพศผู้จะใช้วิธีแยกหน่อเล็กๆ ที่แตกออกมาจากโคนต้น
[1] ปิยะ เฉลิมกลิ่น. 2543. ไม้ดอกหอม เล่ม 3. พิมพ์ครั้งที่ 1. สำนักพิมพ์บ้านและสวน. กรุงเทพมหานคร.
[2] สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. 2550. พันธุ์ไม้ป่าชายเลนในประเทศไทย. พิมพ์ครั้งที่ 2. โรงพิมพ์ชุมชนสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.กรุงเทพมหานคร.
[3] เอื้อมพร วีสมหมาย และปณิธาน แก้วดวงเทียน. 2552. ไม้ป่ายืนต้นของไทย 1. พิมพ์ครั้งที่ 2. เอช เอ็น กรุ๊ป จำกัด. กรุงเทพมหานคร.

ภาพประกอบ