“รวงผึ้ง” พรรณไม้ประจำพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร


“รวงผึ้ง” พรรณไม้ประจำพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

                               “สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ                  อศิรวาทบังคมทูลพระขวัญ

                     ถวายพระพรมงคลชัยอนันต์                               เกษมสันต์สราญรื่นฤดี

                     หกสิบพรรษาพระราชสมภพ                              ห้ารอบครบราชกุมารสยามศรี

                     ดำเนินตามพระชนกชนนี                                  ราษฎร์สดุดีขอพระองค์ทรงพระเจริญ”

 

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ มีพระนามเมื่อแรกประสูติว่า

          “สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ บรมจักรยาดิศรสันตติวงศ เทเวศรธำรงสุบริบาล อภิคุณูประการมหิตลาดุลเดช ภูมิพลนเรศวรางกูร กิตติสิริสมบูรณ์สวางควัฒน์ บรมขัตติยราชกุมาร”

          เป็นพระราชโอรสพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๔๙๕ ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๙ ปีมะโรง จัตวาศก จุลศักราช ๑๓๑๔ เวลา ๑๗ นาฬิกา ๔๕ นาที ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

          เมื่อมีพระชนมายุครบ ๒๐ ชันษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โปรดให้สถาปนา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ ขึ้นเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ มีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า

          "สมเด็จ พระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สิริกิตยสมบูรณสวางควัฒน์ วรขัตติยราชสันตติวงศ์ มหิตลพงศอดุลยเดช จักรีนเรศยุพราชวิสุทธิ สยามมกุฎราชกุมาร"

 

           สยามมกุฎราชกุมาร เป็นพระอิสริยยศมกุฎราชกุมารของประเทศไทย ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นผู้ทรงกำหนดขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๙ ซึ่งเป็นพระอิสริยยศของผู้ที่จะสืบราชสมบัติต่อจากพระมหากษัตริย์ไทย โดยสยามมกุฎราชกุมารจะดำรงพระยศนี้ไปจนกว่าพระมหากษัตริย์จะสวรรคตหรือสละราชสมบัติ

 

            เนื่องในวโรกาสสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมายุ ๖๐ พรรษา เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบ ในวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ผู้เขียนจึงได้เขียนบทความเกี่ยวกับพรรณไม้ประจำพระองค์ รวมทั้งเพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนได้รู้จัก และชื่นชมความงามของต้นรวงผึ้ง ซึ่งเป็นไม้เฉพาะถิ่น และมีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย มีดอกสีเหลืองเข้ม กลิ่นหอม ขึ้นในป่าดิบทางภาคเหนือ สูงจากระดับน้ำทะเล ๑,๐๐๐ – ๑,๑๐๐ เมตร พบขึ้นตั้งแต่ภาคกลางขึ้นไปจนถึงภาคเหนือ เป็นพันธุ์ไม้พวกเดียวกับตะขบฝรั่ง และปอกระเจา เป็นไม้ต้นขนาดเล็กที่สวยงาม เรือนยอดทรงกลม หนาทึบ ปลูกเป็นไม้ประดับ และเป็นไม้ริมถนนได้ดี

          รวงผึ้ง มีชื่อสามัญคือ Yellow star และชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Schoutenia glomerata King subsp. peregrina (Craib) Roekm. ในวงศ์ TILIACEAE มีชื่ออื่นๆ ได้แก่ น้ำผึ้ง (กรุงเทพฯ) สายน้ำผึ้ง และดอกน้ำผึ้ง (ภาคเหนือ) ลำต้นแตกกิ่งต่ำ กิ่งค่อนข้างเล็กเรือนยอดเป็นพุ่มมน ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปแผ่นใบสองข้างไม่เท่ากัน ผิวใบด้านบนเขียว ด้านล่างสีน้ำตาลอมนวล เป็นไม้กลางแจ้ง ชอบขึ้นในที่แล้งไม่มีน้ำท่วมขังจึงจะมีดอกสีเหลืองดกเต็มต้น แต่หากได้น้ำมากหรือขึ้นมรที่ชุ่มน้ำจะมีดอกประปราย ดอกมีกลิ่นหอมตลอดทั้งวัน บานได้นาน ๗ – ๑๐ วัน ช่อดอกดกเกิดตามซอกใบเป็นช่อสั้น โคนกลีบเลี้ยงเชื่อมติดกัน ปลายแยกออกเป็น ๕ แฉกคล้ายรูปดาว ไม่มีกลีบดอก มีเกสรตัวผู้จำนวนมาก ซึ่งส่วนที่มองเห็นเป็นสีเหลืองเหมือนดอกนั้น เป็นเกสรตัวผู้ร่วมกันเป็นกระจุก ดอกบานในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม เมื่อบานเต็มที่ดอกมีเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑.๕ ซม.  มีกลิ่นหอม เมื่อมีดอกดกและดอกบานพร้อมกันทั้งต้น จะดูสวยงามอร่ามตาและส่งกลิ่นหอมชื่นใจยิ่ง ถึงแม้ว่ารวงผึ้งเป็นไม้เฉพาะถิ่นของไทย พบมากทางภาคเหนือ แต่ปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันน้อยลงและจำนวนลดลงเป็นอย่างมาก การขยายพันธุ์โดยการตอนกิ่งเป็นวิธีการที่เหมาะสมหรืออาจใช้การเพาะเมล็ดได้ด้วย

           เหตุที่ต้นรวงผึ้ง เป็นพรรณไม้ประจำพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร นั้น เนื่องด้วยดอกรวงผึ้งมีสีเหลืองซึ่งเป็นสีวันเสด็จพระราชสมภพ และดอกรวงผึ้งจะผลิดอกสีเหลืองบานสะพรั่งในราวเดือน กรกฎาคม – สิงหาคม ซึ่งตรงกับช่วงวันพระราชสมภพพอดี หากคราใดที่พระองค์ท่านเสด็จฯ กอปรพระราชกรณียกิจตามสถานที่ต่างๆ ก็จะทรงปลูกต้นรวงผึ้งพระราชทานไว้เพื่อเป็นตัวแทนแห่งพระองค์ท่านและเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ราษฎร

                                                                                                 “รวงผึ้งสะพรั่งพร้อม             รวงงาม

                                                                                       ดุจดั่งเหลืองทองอร่าม                      พุ่มไซร้

                                                                                      ไม้ไทยถิ่นสยาม                                ชื่นกลิ่น

                                                                                      หอมยิ่งงดงามให้                              ใคร่ได้ใหลหลง”

 

กวีศิลป์ คำวงค์

ภาพประกอบ

วิดีทัศน์